บทที่ 13 วันนี้มีแขกเจ้าค่ะ
กู้หยางเข้ามาถึงที่พัก เขาก็ลอบสังเกตว่า มีบ่าวไม่น้อยที่เข้ามาอยู่ทำงานภายในเรือน ทั้งดวงตาของพวกเขาต่างก็จ้องมองมาที่กู้หยางอยู่เป็นระยะเหมือนดูว่ากู้หยางกำลังทำอะไร
“คุณชาย” เสี่ยวหู บ่าวคนสนิทของเขาเอ่ยเรียกเจ้านายของตนอย่างกังวล
พวกบ่าวตระกูลเว่ยคงไม่รู้ว่าการที่กระทำเช่นนี้ สองนายบ่าวย่อมจะมองออกว่าพวกเขาถูกจับตามองเสียแล้ว
“ไม่ต้องสนใจ เจ้าไปจัดเก็บข้าวของเถิด ข้าอยากจะล้างตัวเสียหน่อย” เขาเอ่ยขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของตนเอง
ซีเยว่นางตื่นขึ้นอีกครั้งก็เกือบจะถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว แม่นมชุยรีบเข้ามาช่วยประคองให้นางลุกขึ้นพิงหัวเตียง
“คุณหนูเจ้าคะ สาวใช้เรือนหลักมาแจ้งว่าวันนี้มื้อเย็นให้คุณหนูไปรับที่ห้องโถงเรือนหลักเจ้าค่ะ” แม่นมชุยเอ่ยแจ้งให้นางฟัง
“หื้ม...พวกนางก็รู้ว่าข้าเพิ่งจะหายไข้ แต่ยังให้ข้าเดินไปรับมื้อเย็นที่เรือนหลักอีกรึ” นางรู้เลยว่าเรื่องนี้เป็นอู๋ซื่อที่จัดการ
“วันนี้มีแขกเจ้าค่ะ”
“หึ คนตระกูลมู่อย่างงั้นรึ” นางคิดว่าเป็นคนตระกูลมู่ที่มาเจรจาเรื่องงานหมั้นของหลิวชิง
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ เป็นคุณชายกู้ เดินทางมาจากเจียงซาน...”
“ห๊ะ!!!” ซีเยว่ร้องขึ้นเสียงดัง แม่นมชุยที่ยังเอ่ยเล่าไม่จบก็ต้องสะดุ้งตกใจเพราะเสียงร้องของนาง
“โถ่ คุณหนูของบ่าว บ่าวตกใจหมดเลยเจ้าค่ะ คุณหนูรู้จักคุณชายกู้ด้วยรึเจ้าคะ” แม่นมชุยมองใบหน้าที่ตื่นตะลึงของซีเยว่อย่างสงสัย สงสัย ก่อนหน้านี้ซีเยว่ก็เคยเอ่ยถึงตระกูลกู้มาก่อนแล้วหนหนึ่ง
“ไม่ ไม่รู้” นางไม่คิดว่าเขาจะเดินทางมาถึงเร็วเพียงนี้
จากเรื่องราวในภพก่อน กู้หยางจะเดินทางถึงเมืองหลวงอีกเกือบเดือนข้างหน้ามิใช่หรือ อีกสองวันหลิวชิงนางก็จะนัดดูตัวกับตระกูลมู่ หลังจากนั้นอีกสามสี่เดือนถึงจะแลกเปลี่ยนเทียบชะตา
หลังจากที่นัดดูตัวไปแล้วหนึ่งเดือน กู้หยางจึงได้เดินทางมาทวงคำสัญญา แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงได้ปรากฏตัวอย่างกะทันหันเช่นนี้ ซีเยว่นางคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
หรือจะเป็นที่ตัวนางได้ย้อนกลับมา จึงทำให้เรื่องราวแปรเปลี่ยนไปไม่น้อยกัน
“คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ” แม่นมชุยเอ่ยเรียกซีเยว่หลายหน นางดูเหมือนจะมีเรื่องในใจจนไม่ได้ฟังสิ่งที่แม่นมชุยเอ่ยถาม
“ว่า ว่าอย่างไร” ซีเยว่หลุดจากภวังค์ หันไปเอ่ยถามแม่นมชุย
“คุณหนูจะไปรับมื้อเย็นหรือไม่เจ้าคะ หรือไม่...ให้บ่าวส่งคนไปแจ้งเรื่องที่ท่านยังมิหายดี” แม่นมมองใบหน้าของซีเยว่อย่างกังวล ที่ซีดขาวอยู่แล้วก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย
“มิต้อง ข้าจะไปรับมื้อเย็นที่เรือนหลัก” มีเรื่องสนุกเช่นนี้ดู นางจะพลาดได้อย่างไร
อยากเห็นหน้าสองแม่ลูก เมื่อรู้ว่ากู้หยางอยากแต่งหลิวชิงเข้าจวนตระกูลกู้ ไม่รู้ว่าจะน่ามองมากเพียงใด
“เช่นนั้น บ่าวจะช่วยคุณหนูเปลี่ยนเสื้อผ้านะเจ้าคะ” แม่นมชุยสั่งให้สาวใช้ยกน้ำเข้ามาล้างหน้าให้ซีเยว่
ก่อนจะช่วยนางเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เมื่อเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองก็เดินออกไปที่ห้องโถงเรือนหลักทันที
ด้านในมีคนในจวนอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว เมื่อซีเยว่เดินเข้ามาทุกสายตาจึงมองมาทางนางอย่างสงสัย
“อาเยว่ เจ้ามาได้อย่างไร” เว่ยหมิงตกใจไม่น้อย เมื่อเห็นซีเยว่เดินเข้ามา
เขาจำได้ว่า สั่งให้สาวใช้ไปแจ้งที่เรือนของนางแล้ว ว่าวันนี้ให้นางอยู่แต่ภายในเรือนอย่าได้ออกมา
“มิใช่ว่าท่านพ่อให้สาวใช้ไปแจ้งลูกให้มารับมื้อเย็นรึเจ้าคะ” ซีเยว่ทำหน้าใสซื่อออกมา
แม้จะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าเป็นอู๋ซื่อที่จัดการเรื่องนี้ คงอยากให้นางมาพบกู้หยาง จะได้เกิดการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวแทน
“ในเมื่อมาแล้วก็เข้ามานั่งที่ของเจ้าเสีย เพิ่งจะฟื้นไข้ประเดี๋ยวจะล้มป่วยไปเสียอีก” อู๋ซื่อเอ่ยออกมาราวกับมารดาที่มีเมตตาอย่างเหลือแสน
“เจ้าค่ะ” ซีเยว่เดินไปนั่งที่ของตน แต่นางก็ต้องชะงักเล็กน้อย เมื่อถูกจัดให้นั่งข้างกู้หยางพอดี
“อาจ้าน เจ้ามานั่งแทนอาเยว่” เว่ยหมิงเอ่ยเรียกบุตรชายของตนให้มานั่งที่ของซีเยว่
ซีเยว่นางจึงเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามของกู้หยางที่ติดกับหลิวชิงแทน
“ยกสำหรับมาเถิด” อู๋ซื่อหันไปร้องสั่งสาวใช้ นางยกยิ้มอย่างได้ใจ เมื่อเห็นกู้หยางมองพิจารณาซีเยว่อย่างไม่วางตา
ระหว่างกินอาหารทุกคนต่างไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดออกมา แต่พอจะรู้ว่าเว่ยหมิงดูไม่พอใจ ที่เห็นซีเยว่นางปรากฏตัวขึ้นมาในตอนนี้ ต่างจากนางอู๋ซื่อและหลิวชิงที่ดูเหมือนจะกินอาหารได้มากกว่าเดิมเสียอีก
“อาเยว่ เจ้ากลับไปพักดีหรือไม่ ใบหน้าของเจ้ายังซีดขาวไม่น้อย” เว่ยหมิงเอ่ยขึ้นหลังจากกินอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เจ้าค่ะ” ซีเยว่ลุกขึ้นจะเดินออกจากห้องโถงไป แต่ถูกเสียงของนางอู๋ซื่อเอ่ยรั้งขึ้นมาเสียก่อน
“ประเดี๋ยวก่อน คุณชายกู้มีเรื่องอยากจะแจ้งกับทุกคน อาเยว่นางก็ควรจะอยู่ฟังด้วยใช่หรือไม่ท่านพี่” พอสิ้นคำของอู๋ซื่อ เว่ยหมิงก็หันไปมองทางนางอย่างไม่สบอารมณ์ทันที
ต่อให้เขาไม่พอใจเพียงใด นางก็ไม่สนใจแล้ว ในเมื่อนางต้องการให้ซีเยว่แต่งเข้าตระกูลกู้ มากกว่าที่จะเป็นบุตรสาวของนาง
“เจ้าคะ?” ซีเยว่หันไปมองที่อู๋ซื่อและกู้หยางอย่างไม่เข้าใจ สุดท้ายนางหันไปมองที่บิดาเพื่อขอคำตอบ
เว่ยหมิงได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะผายมือให้ซีเยว่นางกลับมานั่งเช่นเดิม
“ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนรู้”
เว่ยหมิงเอ่ยเล่าเรื่องราวที่ระหว่างสองตระกูลได้ทำสัญญาร่วมกัน และการมาเยือนของกู้หยางครั้งนี้ ก็เพื่อจะหาบุตรสาวตระกูลเว่ยแต่งเข้าจวนตระกูลกู้
ซีเยว่ใบหน้าของนางเรียบเฉยมิได้แสดงท่าทีตกใจอันใด ในเมื่อนางรู้อยู่แล้วในเรื่องเหตุผลที่เขามาเยือนครั้งนี้
